การโดยสารรถประจำทางในเมือง
การเดินทางด้วยรถประจำทางในเมือง รวมถึงการสอบถามเส้นทาง การใช้บัตร และการยืนยันป้ายที่จะลง20 ช่วงสนทนาใน 2 เส้นทางการฝึก — ฝึกกับ คนขับรถประจำทาง
ตัวอย่างบทสนทนา
ขั้นตอนพื้นฐานในการโดยสารรถประจำทาง
basicExcuse me, does this bus go to downtown?
ขอโทษนะคะ รถเมล์คันนี้ไปใจกลางเมืองไหมคะ
ต่างจากภาษาจีนที่ชอบขึ้นต้นด้วย '请问' ในภาษาอังกฤษ คุณสามารถถามคำถามได้โดยตรงหลังจาก 'Excuse me' โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มคำพูดสุภาพอื่นๆ
Yes, this is the number 7. It goes straight through downtown. Hop on.
ใช่ครับ นี่คือรถเมล์สาย 7 ตรงไปใจกลางเมืองเลย ขึ้นมาเลยครับ
'Hop on' เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยและเป็นกันเองมาก หมายถึง 'ขึ้นรถเลย' มักใช้ในการสนทนาในชีวิตประจำวัน
How much is the fare? Do you accept cash?
ค่าโดยสารเท่าไหร่ครับ รับเงินสดไหมครับ
รถโดยสารสาธารณะในหลายเมืองไม่รับเงินสด รับเฉพาะบัตรโดยสารหรือชำระผ่านมือถือเท่านั้น ควรเตรียมให้พร้อมก่อนขึ้นรถนะ
It's $2.50. Cash or transit card. I can't make change though, so you'll need exact fare.
2.50 ดอลลาร์ครับ รับทั้งเงินสดและบัตรโดยสาร แต่ผมไม่มีเงินทอนนะครับ ต้องเตรียมเงินให้พอดี
คนขับรถเมล์ในหลายเมืองไม่รับผิดชอบในการทอนเงิน ผู้โดยสารต้องเตรียม “exact fare” (ค่าโดยสารพอดี) มาเอง
I have a transit card. Where do I tap it?
ฉันมีบัตรโดยสารรถสาธารณะ ต้องแตะที่ไหน
Right there on the reader by the door. You should hear a beep.
แค่แตะบัตรที่เครื่องอ่านข้างประตู คุณจะได้ยินเสียง 'ปี๊บ'
Could you let me know when we reach Central Park?
ช่วยเตือนฉันหน่อยได้ไหมตอนที่เราไปถึง Central Park
Sure. It's about eight stops from here. I'll call it out.
ได้เลยครับ จากตรงนี้ประมาณแปดป้ายครับ เดี๋ยวผมจะบอกให้ครับ
Thank you! Do I exit from the front or the back door?
ขอบคุณค่ะ! ลงจากรถทางประตูหน้าหรือประตูหลังคะ
รถเมล์ในหลายพื้นที่มักจะขึ้นประตูหน้า ลงประตูหลัง ต้องดึงเชือกหรือกดปุ่มก่อนลง
Back door, please. Just pull the cord or press the strip when your stop is next.
กรุณาลงที่ประตูหลัง ดึงเชือกหรือกดแถบปุ่มเมื่อใกล้ถึงป้าย
รถเมล์ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษมักจะแจ้งคนขับให้หยุดป้ายถัดไปโดยการดึงเชือกหรือกดแถบเซ็นเซอร์ข้างหน้าต่าง
ถามทางเปลี่ยนเครื่อง
intermediateExcuse me, I need to get to the Natural History Museum. Is this the right bus?
ขอโทษนะคะ/ครับ ฉัน/ผมจะไปพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ รถคันนี้ไปถูกไหมคะ/ครับ
Not directly. You'll need to transfer to the 15 at Madison Street. I'll let you know when we get there.
ไปไม่ถึงโดยตรง คุณต้องเปลี่ยนสาย 15 ที่ถนนเมดิสัน เดี๋ยวฉันเตือนคุณเมื่อถึง
Do I need to pay again when I transfer?
ตอนเปลี่ยนเครื่องต้องจ่ายเงินอีกครั้งไหม
หลายเมืองมีนโยบายเปลี่ยนรถฟรี (free transfer) ซึ่งมักจะมีผลภายในสองชั่วโมง
No, your card gives you a free transfer within two hours. Just tap it again on the next bus.
ไม่ต้องค่ะ บัตรของคุณสามารถเปลี่ยนรถได้ฟรีภายในสองชั่วโมง แค่แตะบัตรอีกครั้งตอนขึ้นรถคันต่อไปก็พอ
บัตรโดยสารในหลายเมืองมีระยะเวลาเปลี่ยนสายฟรี เช่น สามารถเปลี่ยนสายฟรีได้หนึ่งครั้งภายในสองชั่วโมง
How will I know which direction the 15 goes? I don't want to go the wrong way.
ฉันจะรู้ได้ยังไงว่ารถเมล์สาย 15 ไปทางไหน? ไม่อยากขึ้นผิดทางค่ะ
When you get off, cross the street. The northbound stop is right there. Look for the sign that says 'Museum District.'
ลงจากรถแล้วข้ามถนนไป ป้ายรถเมล์ที่ไปทางเหนือจะอยู่ตรงนั้นเลย มองหาป้ายที่เขียนว่า 'Museum District' นะ
Got it. How often does the 15 come?
เข้าใจแล้วค่ะ รถเมล์สาย 15 มาบ่อยแค่ไหนคะ
Every 10 minutes during the day. You won't wait long.
กลางวันรถจะมาทุกๆ 10 นาที ไม่ต้องรอนานหรอกค่ะ
Perfect, thanks for the help. I really appreciate it.
เยี่ยมเลย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ/ค่ะ ซาบซึ้งใจจริงๆ
No problem. Your stop is coming up next — get ready to hop off!
ไม่เป็นไรนะ ใกล้ถึงป้ายของคุณแล้ว—เตรียมตัวลงได้เลย!
'Hop off' เป็นการพูดที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองมากกว่า 'get off' มักใช้ในการสื่อสารระหว่างเพื่อนหรือพนักงานกับลูกค้า
วลีสำคัญ
number 7
รถเมล์สาย 7
straight through
ทางตรง
transit card
บัตรโดยสาร
make change
เงินทอน
exact fare
เตรียมเงินให้พอดี
reader
เครื่องอ่านบัตร
beep
เสียงบี๊บ
eight stops
แปดป้าย
call it out
ตะโกนออกไป/ประกาศสถานี
pull the cord
ดึงเชือก
press the strip
กดแถบปุ่ม
transfer to
เปลี่ยนรถ
ข้อสังเกตทางวัฒนธรรม
- •ต่างจากภาษาจีนที่ชอบขึ้นต้นด้วย '请问' ในภาษาอังกฤษ คุณสามารถถามคำถามได้โดยตรงหลังจาก 'Excuse me' โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มคำพูดสุภาพอื่นๆ
- •'Hop on' เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยและเป็นกันเองมาก หมายถึง 'ขึ้นรถเลย' มักใช้ในการสนทนาในชีวิตประจำวัน
- •รถโดยสารสาธารณะในหลายเมืองไม่รับเงินสด รับเฉพาะบัตรโดยสารหรือชำระผ่านมือถือเท่านั้น ควรเตรียมให้พร้อมก่อนขึ้นรถนะ
- •คนขับรถเมล์ในหลายเมืองไม่รับผิดชอบในการทอนเงิน ผู้โดยสารต้องเตรียม “exact fare” (ค่าโดยสารพอดี) มาเอง
- •รถเมล์ในหลายพื้นที่มักจะขึ้นประตูหน้า ลงประตูหลัง ต้องดึงเชือกหรือกดปุ่มก่อนลง
- •รถเมล์ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษมักจะแจ้งคนขับให้หยุดป้ายถัดไปโดยการดึงเชือกหรือกดแถบเซ็นเซอร์ข้างหน้าต่าง
- •หลายเมืองมีนโยบายเปลี่ยนรถฟรี (free transfer) ซึ่งมักจะมีผลภายในสองชั่วโมง
- •บัตรโดยสารในหลายเมืองมีระยะเวลาเปลี่ยนสายฟรี เช่น สามารถเปลี่ยนสายฟรีได้หนึ่งครั้งภายในสองชั่วโมง
- •'Hop off' เป็นการพูดที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองมากกว่า 'get off' มักใช้ในการสื่อสารระหว่างเพื่อนหรือพนักงานกับลูกค้า
วิธีฝึก
ฟังหนึ่งรอบ
ฟังบทสนทนาทั้งหมดก่อนเพื่อให้คุ้นกับจังหวะและบริบท
พูดตามทีละประโยค
เลียนแบบการออกเสียง น้ำเสียง และจังหวะ ทีละประโยค
สวมบทบาท
รับบทเป็นนักเดินทางและฝึกสดกับผู้พูดอีกฝ่าย
คำถามที่พบบ่อย
What do you say when "taking a city bus" in English?
What will staff/locals say to you during "taking a city bus"?
How many English phrases are in this "Taking a City Bus" scene?
Are there cultural tips for "taking a city bus"?
ที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →เรียกแท็กซี่
สถานการณ์ต่างๆ ในการเรียกแท็กซี่ในต่างประเทศ รวมถึงการเรียกแท็กซี่ข้างถนน การเรียกแท็กซี่ออนไลน์ และการจัดการข้อพิพาทเรื่องราคา
นั่งรถไฟใต้ดิน
ขึ้นรถไฟใต้ดินในเมืองที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงการซื้อตั๋วและถามเส้นทาง
เช่ารถ
ขั้นตอนการเช่าและคืนรถในต่างประเทศทั้งหมด รวมถึงประกันภัยและการตรวจสอบสภาพรถ
ถามทาง
ถามทางจากคนแปลกหน้าหรือพนักงานในอาคารในเมืองที่ไม่คุ้นเคย
อยากฟังการออกเสียงแบบเจ้าของภาษา? เริ่มฝึกเลย
สมัครฟรีเพื่อฝึกแบบดื่มด่ำทุกประโยคในสถานการณ์นี้
เริ่มฟรี